มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป

ตารางข้อสอบสำหรับการประเมินความรู้ความสามารถตามมาตรฐานวิชาชีพเวชกรรม

ส่วนที่ 1: ความรู้วิทยาศาสตร์การแพทย์ และความรู้อื่นๆ ที่เกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรม

ลักษณะข้อสอบ
เป็นข้อสอบปรนัยแบบเลือกตอบ (one best response) เนื้อหาข้อสอบอิงตามประกาศแพทยสภาที่เกี่ยวข้อง เรื่อง เกณฑ์ความรู้ความสามารถในการประเมินเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม
จำนวนข้อสอบ
250 ข้อ แบ่งตามหมวดและกลุ่มของสมรรถนะตามเกณฑ์ความรู้ความสามารถฯ ของแพทยสภา
หมวดที่ 1 ภาวะปกติและหลักการดูแลทั่วไป (Normal condition and general principle of care)
จำนวนข้อสอบ 30 ข้อ
หัวข้อ จำนวน
ข้อสอบ
1.1 ศาสตร์ระบบสุขภาพ การสร้างเสริมสุขภาพ และระบบบริการสุขภาพ ทั้งในระดับบุคคล ชุมชน และประชาชน (รายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนที่ 3 ค. ศาสตร์ระบบสุขภาพ การสร้างเสริมสุขภาพ และระบบบริการสุขภาพ) 6
1.2 การรวบรวมข้อมูล และประเมินปัญหาทางสุขภาพของบุคคล ครอบครัว และชุมชนในความรับผิดชอบ โดยใช้วิธีการทางระบาดวิทยาพื้นฐาน 3
1.3 การประเมินสุขภาพ และให้คำแนะนำที่เหมาะสมเพื่อความมีสุขภาพดี แก่บุคคลตามวัยและสภาวะต่างๆ ตั้งแต่ทารกในครรภ์ ทารกแรกเกิด วัยก่อนเข้าเรียน วัยเรียน วัยรุ่น วัยหนุ่มสาว ผู้ใหญ่ หญิงมีครรภ์ วัยสูงอายุ ผู้พิการ และผู้ทุพพลภาพ 3
1.4 การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของสุขภาพบุคคลกับสุขภาพครอบครัว ประเมินพัฒนาการและปัญหาสุขภาพของครอบครัว รวมทั้งให้คำปรึกษาและดูแลปัญหาสุขภาพเบื้องต้นแก่ผู้ป่วยและครอบครัว 3
1.5 การตรวจสุขภาพ ตรวจคัดกรองโรค และออกความเห็นหรือหนังสือรับรองความเห็นได้อย่างเหมาะสม (รายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนที่ 5 จ. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม) 3
1.6 การตรวจและให้ความเห็นหรือทำหนังสือรับรองเกี่ยวกับผู้ป่วย ผู้พิการและทุพพลภาพ ผู้เสียหาย ผู้ต้องหา หรือจำเลย ตามความที่กฎหมายกำหนดให้พนักงานสอบสวน องค์กร หรือศาลในกิจการต่างๆ ได้ เช่น หนังสือรับรองสุขภาพ หนังสือรับรองความพิการทุพพลภาพ หนังสือรับรองการตาย การเป็นพยานต่อพนักงานสอบสวนและศาล (รายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนที่ 5 จ. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม) 3
1.7 การชันสูตรพลิกศพ เก็บวัตถุพยานจากศพ ร่วมกับพนักงานสอบสวน ตามที่กฎหมายกำหนดได้ สามารถออกรายงานการชันสูตรพลิกศพ ให้ถ้อยคำเป็นพยานในชั้นสอบสวนและชั้นศาลได้ (รายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนที่ 5 จ. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม) 3
1.8 การระบุปัญหา วิเคราะห์ และให้แนวทางปฏิบัติเชิงเวชจริยศาสตร์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบวิชาชีพเวชกรรม (รายละเอียดเพิ่มเติมในส่วนที่ 4 ง. เวชจริยศาสตร์ และส่วนที่ 5 จ. กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม) 6

Examples of National Medical Licensure Examination, Part 1

Physician’s task: Diagnosis & Differential diagnosis
1.

A 30-year-old healthy man presents with fever for 4 days and dry cough, dyspnea, right ear pain and diarrhea for 2 days. PE: T 38°C, P 80/min, R 20/min, BP 110/70 mmHg, moderate injected pharynx, mild redness of right tympanic membrane, fine crepitation of right lower lung. CBC: Hct 38%, WBC 15,000/cu.mm. (N 85, L 10, M 5%), platelets 290,000/cu.mm. Chest X-ray: minimal patchy infiltration at both lower lungs.

What is the most likely diagnosis?

  1. Klebsiella pneumonia
  2. Legionella pneumonia
  3. Mycoplasma pneumonia
  4. Chlamydophilia pneumonia
  5. Streptococcus pneumonia
2.

A term female neonate is born to a mother who had no AN3. PE: brachycephaly, upward slant palpebral fissures, flat face, low set ears, bilateral single transverse palmar creases, pansystolic murmur grade III/VI at the 2nd left lower sternal border.

Which of the following is the most likely genotype of this case?

  1. 45, X
  2. 47, XXX
  3. 47, XX, +13
  4. 47, XX, +18
  5. 47, XX, +21
3.

A 45-year-old woman presents with progressive double vision and afternoon laziness for 6 months. PE: T 37°C, BP 110/70 mmHg, P 95/min, R 30/min, VA 20/20 both eyes. Moderate bilateral ptosis, ophthalmoplegias in all directions, motor power grade 5 all extremities, normal sensory and DTR.

Which of the following is the most likely diagnosis?

  1. Polymyositis
  2. Hypothyroidism
  3. Multiple sclerosis
  4. Myasthenia gravis
  5. Guillain-Barre syndrome